แผล…ในกระเพาะอาหาร
Created Date : 02-เม.ย.-2562
คุณมีอาการเหล่านี้หรือไม่ !! ปวดท้อง แน่นท้อง จุกแน่น เป็นๆ หายๆ
โรคแผลในกระเพาะอาหาร (Peptic ulcer)
               
เรียกย่อว่า โรค พียู (PU) หรือ พียูดี (PUD, Peptic ulcer disease) หรืออาจเรียกว่า โรคแผลในกระเพาะอาหาร (Gastric ulcer) ได้แก่ โรคซึ่งเกิดมีแผลขึ้นในกระเพาะอาหาร ,ลำไส้เล็กส่วนต้น อาจเกิดแผลในบริเวณปลายหลอดอาหารส่วนที่อยู่ต่อกับกระเพาะอาหารร่วมด้วยได้ ทั้งนี้ เกิดจากเยื่อเมือกบุภายในทางเดินอาหารเหล่านี้ถูกทำลายโดยน้ำย่อยจากกระเพาะอาหาร

สาเหตุของโรคเกิดได้หลายประการได้แก่

  1. มีกรดและน้ำย่อยหลั่งออกมาในกระเพาะอาหาร แล้วทำลายเยื่อบุกระเพาะอาหาร ร่วมกับมีความบกพร่องของเยื่อบุกระเพราะอาหารที่สร้างแนวต้านทานกรดไม่ดี
  2. ยากลุ่ม NSAID  เช่นยาแอสไพริน ยารักษาโรคกระดูกและข้ออักเสบ
  3. การสูบบุหรี่ ความเครียด สุรา อาหารรสจัด
  4. เชื้อแบคทีเรีย เฮลิโคแบคเตอร์ ไพโลไร (H.pylori)

6 อาการสำคัญของโรคแผลในกระเพาะอาหาร

  1. ปวดจุกแน่นท้อง บริเวณใต้ลิ้นปี่หรือหน้าท้องช่วงบนส่วนใหญ่จะปวดเวลาท้องว่างหรือเวลาหิว
  2. อาหารปวดแน่นท้องจะบรรเทาได้ด้วยอาหารหรือยาลดกรด แต่บางคนปวดมากขึ้นหลังอาหารโดยเฉพาะอาหารรสจัด
  3. อาการปวดเป็นๆ หายๆ และเป็นเรื้อรัง
  4. บางคนปวดแน่นท้องตอนกลางคืนหลังนอนหลับ
  5. แน่นท้อง ท้องอืด มีลมมาก เมื่อเราผายลมจะดีขึ้น อาจมีคลื่นไส้ หรืออาเจียนร่วมด้วย
  6. มีอาการเรื้อรังเป็นปี แต่สุขภาพโดยทั่วไปไม่ทรุดโทรม น้ำหนักไม่ลด ไม่ซีดลง

ภาวะแทรกซ้อนของโรคแผลในกระเพาะอาหาร

  1. ตกเลือดในกระเพาะอาหาร (Upper GI bleeding) ผู้ป่วยจะมีอาการ อาเจียนเป็นเลือด ถ่ายดำเหลว หน้ามืด วิงเวียน เป็นลม
  2. กระเพาะอาหารทะลุ ผู้ป่วยจะมีอาการปวดท้องเฉียบพลันรุนแรง หน้าท้องตึงแข้ง กดเจ็บมาก
  3. กระเพาะอาหารอุดตัน ผู้ป่วยจะกินได้น้อย อิ่มเร็ว อาเจียนหลังอาหาร เกือบทุกมื้อ เบื่ออาหาร น้ำหนักลด

การตรวจวินิจฉัย

  1. การเอ็กซเรย์กลืนแป้ง (Upper GI Study) การตรวจที่สามารถทำได้ง่าย สะดวก เป็นการตรวจขั้นต้น แต่ไม่สามารถนำชิ้นเนื้อไปตรวจเพิ่มเติมได้
  2. การตรวจโดยวิธีการส่องกล้องทางเดินอาหาร (Gastroscopy) เป็นวิธีมาตรฐานที่ดีที่สุดและมีความจำเป็นอย่างยิ่งเพราะสามารถเห็นรายละเอียดของกระเพาะอาการและลำไส้เล็กส่วนต้นได้ชัดเจนดีกว่าการกลืนแป้ง การส่องกล้องช่วยยืนยันการวินิจฉัย และสามารถยืนยันตำแหน่งและขนาดของแผลที่ตรวจพบได้ นอกจากนี้การส่องกล้องฯ สามารถตรวจหาเชื่อ H.pylori โดยคีบชิ้นเนื้อเล็กๆ มาตรวจหาเชื้อหรือส่งตรวจพยาธิสภาพกรณีสงสัยมะเร็งกระเพาะอาหารได้ด้วย
  3. การตรวจหาเชี้อ เฮลิโคแบคเตอร์ ไพโลไร (H.pylori) สามารถตรวจด้วยวิธีการส่องกล้องหรือตรวจจากลมหายใจด้วยวิธีการเป่า

ปฏิบัติอย่างไร หลังการรักษาโรคแผลในกระเพาะอาการ

  1. กินอาหารอ่อน ย่อยง่าย
  2. กินอาการจำนวนน้อยๆ แต่กินให้บ่อยมื้อ ไม่ควรกินอิ่มมากในแต่ละมื้อ
  3. หลีกเลี่ยงอาหารเผ็ดจัด เปี้ยวจัด อาหารหมักดอง น้ำอัดลม
  4. งดสูบบุหรี่ และงดดื่มสุรา
  5. งดการใช้ยาแก้ปวดแอสไพริน และยาแก้อักเสบทุกชนิด ถ้ามีความจำเป็นต้องรับประทานให้รับประทานหลังอาหารทันทีและดื่มน้ำตามมากๆ ห้ามรับประทานยาตอนท้องว่าง
  6. ผ่อนคลายความเครียดและวิตกกังวล พักผ่อนให้เพียงพอ
  7. กินยาลดกรด หลังยารักษาแผลกระเพาะอาหารติดต่อกันอย่างน้อย 4-8 สัปดาห์ รวมทั้งให้ยากำจัดเชื้อ H.pylori ด้วย
  8. ถ้ามีอาการของภาวะแทรกซ้อน ปวดท้องรุนแรง หรือเบื่อหาร น้ำหนักลดมาก ควรรีบปรึกษาแพทย์

Did you know!! โรคในกระเพาะอาหารเป็นโรคเรื้อรัง เมื่อรักษาแผลหายแล้วยังมีโอกาสเป็นซ้ำได้อีก หลังได้รับยาอาการปวดจะหายไปก่อน ใน 3-7 วัน แต่แผลจะยังไม่หาย ต้องได้รับยารักษาติดต่อกันเป็นเวลานาน 4-8 สัปดาห์ เมื่อหายแล้ว จะกลับมาเป็นใหม่ได้อีก ถ้าไม่ระวังเรื่องการปฏิบัติตัวให้ถูกต้อง หรือถ้ายังไม่สามารถกำจัดเชื้อ H.pylori ให้หมดได้

ศูนย์โรคระบบทางเดินอาหารและตับ อาคาร 1 ชั้น 2 โทร.02-2717000 ต่อ 10298-99