รู้ก่อนฉีด หลีกเลี่ยงปัญหาจาก “ฟิลเลอร์”
Created Date : 15-พ.ย.-2561

พออายุมากขึ้น...ปัญหาก็เริ่มตามมาติดๆ อย่างเรื่องของริ้วรอย ทั้งบริเวณหน้าผาก ร่องแก้ม มุมปาก รอบดวงตา ล้วนสร้างความกังวลจนหลายคนไม่กล้ายิ้มกว้าง เพราะกลัวว่าอารยธรรมตีนกาจะโผล่มาให้เห็น การเติมเต็มผิวให้กลับมาดูอวบอิ่มจึงเป็นอีกทางลัดในการเรียกคืนความมั่นใจ แต่ด้วยอันตรายที่แฝงอยู่เราจึงต้องรู้ให้ลึก ก่อนตัดสินใจ “ฉีดฟิลเลอร์”
รู้แบบเข้าใจเรื่อง “ฟิลเลอร์”

รู้แบบเข้าใจเรื่อง “ฟิลเลอร์”

ฟิลเลอร์ หรือสารเติมเต็มที่ใช้สำหรับฉีดเพิ่มเติมเต็มชั้นผิวหนัง หรือชั้นใต้ผิวหนัง เพื่อแก้ไขปัญหาริ้วรอยร่องลึกตามบริเวณต่างๆ เช่น หน้าผาก รอบดวงตา ร่องลึกมุมปาก หรือใช้ในการแก้ไขปรับแต่งรูปหน้า เช่น เติมริมฝีปาก ร่องแก้ม ให้ดูอวบอิ่ม ตลอดจนใช้ฟื้นฟูผิวพรรณให้กลับมากระชับเปล่งปลั่งอีกครั้ง

ชนิดของฟิลเลอร์ มีกี่แบบ?

ชนิดที่ 1 แบบชั่วคราว คือมีอายุการใช้งานประมาณ 4-6 เดือน มีความปลอดภัยสูง และสามารถสลายตัวเองได้ตามธรรมชาติ

ชนิดที่ 2 แบบกึ่งถาวร คือมีอายุการใช้งานนานประมาณ 2 ปี มีความปลอดภัยในระดับปานกลาง

ชนิดที่ 3 แบบถาวร คือหลังฉีดไปแล้วจะอยู่ในผิวตลอดไม่สลายตามธรรมชาติ มักเป็นสารเติมเต็มจำพวกซิลิโคน หรือพาราฟิน
ชนิดของฟิลเลอร์ มีกี่แบบ?

เหตุผลนี้นี่ล่ะ...ที่ทำให้ “การฉีดฟิลเลอร์” อันตราย

ด้วยราคาที่ถูกกว่าเป็นเท่าตัว ทำให้หลายๆ คนเลือกเข้ารับการฉีดฟิลเลอร์กับหมอเถื่อน ซึ่งโดยมากมักจะเป็นสารฟิลเลอร์ปลอม หรือสารฟิลเลอร์ที่ไม่ได้มาตรฐาน ทำให้เกิดผลข้างเคียงร้ายแรง และสิ่งที่อันตรายยิ่งกว่า  คือการฉีดฟิลเลอร์กับคนที่ไม่ใช่หมอผู้เชี่ยวชาญ ทำให้ตำแหน่งในการฉีดผิดพลาด โดยมักฉีดเข้าไปในหลอดเลือดส่งผลให้หลอดเลือดเกิดอุดตัน เกิดผลข้างเคียงรุนแรง เช่น เนื้อเยื่อตาย หรือตาบอด

3 ข้อหลักๆ เช็คหน่อย...ก่อนตัดสินใจฉีดฟิลเลอร์

  1. สารที่ใช้ฉีด ถือว่าเป็นสิ่งแรกที่คุณต้องมั่นใจ โดยฟิลเลอร์ที่ใช้ต้องผ่านการรับรองจากคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ไม่ใช่ฟิลเลอร์ราคาถูก หรือหมดอายุแล้ว
  2. แพทย์ที่ฉีด เพราะนอกจากคุณภาพของสารฟิลเลอร์แล้ว ตำแหน่งในการฉีดก็นับว่ามีความสำคัญอย่างมากต่อการเกิดผลข้างเคียง ดังนั้น หากไม่ใช่แพทย์ที่เชี่ยวชาญ มีความรู้ทางกายวิภาคอย่างแท้จริง อาจเสี่ยงต่อความผิดพลาด..ซึ่งร้ายแรงถึงชีวิต
  3. สถานที่ฉีด คืออีกปัจจัยสำคัญในการพิจารณา ควรเลือกสถานพยาบาลที่ได้รับอนุญาตให้ดำเนินการถูกต้องตามกฎหมาย และมีเครื่องมือช่วยชีวิตกรณีฉุกเฉิน

หลังฉีดฟิลเลอร์ควรดูแลตัวเองยังไง

  • หลีกเลี่ยงการใช้ยากลุ่มแอสไพริน หรือยาแก้ปวดข้อบางชนิด เป็นเวลา 2 วันหลังฉีดฟิลเลอร์
  • หลีกเลี่ยงการโดนความร้อน หรือทำเลเซอร์ ทรีทเม้นท์ที่มีความร้อน เช่น การทำ IPL การทำ AHA  ลอกหน้า รวมทั้งงดใช้ไดร์เป่าผม อบไอน้ำ เพราะความร้อนจะส่งผลให้ฟิลเลอร์สลายเร็วขึ้น
  • หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่

คลินิกผิวหนัง อาคาร 4 ชั้น 1 02-271-7000 ต่อ 40116-18