27-ส.ค.-2561

มาทำความรู้จัก โรคมะเร็งเต้านม และ โรคตับ ผ่านเรื่องราวชีวิตของ คุณบุษบา นาเดช  ผู้หญิงเก่ง

ใจแกร่ง ที่ต่อสู้กับโรคร้ายด้วยความเข้าใจ และพร้อมปรับเปลี่ยนแนวทางการดำเนินชีวิต เพื่อมีคุณภาพชีวิตที่ดีและไม่ต้องเป็นภาระให้ใคร สบายทั้งใจ สบายทั้งกาย อย่างที่หลายคนทราบโอกาสของการเกิดโรคมะเร็ง มาจากหลากหลายสาเหตุ โดยเฉพาะมะเร็งตับ ที่มาจากพันธุกรรม พฤติกรรม (ชอบรับประทานอาหารหมักดอง สุรา ของดิบ) รวมไปถึงบุคคลที่เคยเจ็บป่วยด้วย โรคมะเร็งมาแล้วก่อนหน้านี้ เช่น  มะเร็งเต้านม มะเร็งรังไข่ เป็นต้น

เพราะความไม่ประมาท จึงตรวจสุขภาพประจำปีอยู่เสมอ

“เราคือ ผู้หญิง เราต่างก็รู้ดีว่าผู้หญิงมีโรคภัยไข้เจ็บ จุกจิก สารพัดโรค แม้จะป้องกันตัวเองมาเป็นอย่างดีแล้วก็ตาม  เหตุผลสำคัญ คือ เราอยู่คนเดียว ไม่มีลูก เราจึงต้องใส่ใจสุขภาพของตนเองให้มากขึ้น  โดยหมั่นตรวจสุขภาพประจำปีอยู่เสมอ เมื่อถึงกำหนดต้องตรวจสุขภาพก็ไม่เคยพลาด ต่างกับญาติๆ ที่ไม่ค่อยให้ความสำคัญกับการเช็คตัวเองทั้งที่ทุกคนทำงานหนัก เพราะเขาถือว่าเขามีคนดูแล ตอนแก่ก็มีลูก เราเลยต้องรับผิดชอบตัวเอง (หัวเราะ)”

เมื่อพบว่าตัวเองป่วยเป็น “มะเร็งเต้านม”

“ มะเร็งเต้านม เป็นโรคร้ายโรคหนึ่งที่ผู้หญิงไม่อยากเจอ แต่เมื่อเจอแล้วต้องสู้ ที่บอกว่ามะเร็งเต้านมเป็นโรคร้าย เพราะไม่มีอาการแสดงอะไร คลำก็ไม่พบ ที่พบเพราะการตรวจร่างกายประจำปี ที่สำคัญคือน้องๆ พยาบาลเป็นคนแนะนำให้ตรวจ เพราะเห็นว่าอายุเราสมควรตรวจบ้าง จึงได้ตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยเครื่องแมมโมแกรม ซึ่งเมื่อตรวจก็เจอจริงๆ (หัวเราะ) เจอก้อนเนื้อทีเดียวทั้ง 2 ข้างเลย  แม้เราลองคลำดูอีกครั้งก็ไม่เจอ เพราะเล็กมากจริงๆ “เมื่อเจอก้อนเนื้อ ถามว่าเครียด หรือกลัวไหม ก็ไม่นะ เพราะเรายังไม่ทราบแน่ชัดว่าก้อนเนื้อนั้นเป็นแบบใด โดยคุณหมอแนะนำว่า ถ้าจะให้ผลแน่ชัด ขอเจาะก้อนเนื้อข้างขวาไปตรวจก่อน ซึ่งเรายอมทำตามทุกอย่างแล้วแต่คุณหมอเห็นสมควร เพราะไว้ใจ พอสรุปผลออกมาว่าชัวร์แน่แล้ว  “มะเร็ง” คราวนี้เริ่มหวั่นๆ ใจบ้างแล้ว แต่เราเชื่อในทีมแพทย์ เชื่อในโรงพยาบาลที่วางใจใช้บริการมานาน เชื่อในคำพูด คำอธิบาย ที่คุณหมอ น้องๆ พยาบาลคอยอธิบายให้ฟังถึงขั้นตอนต่างๆ หลังจากนี้ว่า เราจะต้องปฏิบัติตัวอย่างไร และเราเองก็พร้อมที่จะทำตาม สู้กับมัน  เข้าสู่ขบวนการ กำจัดเจ้าเชื้อร้ายนี้ไปจากร่างกายเรา”

18 มีนาคม 2548 ตัดสินใจ ตัดเต้านม

เพื่อจบทุกปัญหาแบบไม่แคร์ใคร  

“ คุณหมอบอกว่าต้องผ่าตัดนะ มีให้เลือกว่าจะยังเก็บเต้านมไว้ แล้วเลาะเฉพาะส่วนที่เป็นมะเร็งออก แต่ไม่แน่ชัดว่าเชื้อร้ายจะยังหลงเหลืออยู่หรือไหม กับทางเลือกที่สองคือ ตัดสินใจตัดทิ้งแบบถอนรากถอนโคน “บอกตามตรงว่า ตอนนั้นตัดสินใจไม่ได้จึงบอกคุณหมอว่า “ขอเวลาทำใจ 3 วัน ไปปรึกษาญาติก่อน”  แต่สุด ท้ายเลือกแบบผ่าตัดยกเต้า แม้จะมีเสียงจากญาติๆ ไม่เห็นด้วยก็ตาม โดยให้เหตุผลว่าเราเป็นผู้หญิง ตัดออกไปแล้วจะรู้สึกอย่างไร แต่เราเชื่อฝีมือคุณหมอ เชื่อว่าผ่าตัดออกไปแล้ว ชีวิตเราจะไม่ทรมานกับโรค คุณหมอย้ำกับเราตลอดว่าจะไม่เสียดายแน่ๆ ใช่ไหม สำหรับเราจะว่าเสียดายก็เสียดาย แต่ก็อายุมากขนาดนี้แล้ว ไม่ห่วงสวย แต่ห่วงสุขภาพ ห่วงชีวิตดีว่า แต่ขอชมนะคุณหมอเย็บแผลสวย (หัวเราะ)” “หลังผ่าตัดก็ทำเคมีบำบัดตามขบวนการ  ทั้งหมดทำไป 15 ครั้ง  โชคดีที่เราไม่แพ้มาก  สภาพจิตใจโอเค มีกังวลบ้าง แต่ก็ไม่รู้สึกถึงขั้นฟูมฟาย เพราะไม่รู้ว่าจะฟูมฟายไปเพื่ออะไร ค่อยๆ ปรับตัวไป มีอาการผมร่วง ผิวแห้งบ้าง แต่ไม่ถึงขั้นไหม้ หรือเป็นแผล เราเข้าใจอาการของโรค รับอาการได้ ยังกินได้นอนได้ ไม่ถึงกับอาเจียน  และหมั่นมาเช็คสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ จากเดือน เว้น 3 เดือน  เว้นไปอีก 6 เดือน อีกครั้งนัดเป็นปีให้กลับมาตรวจซ้ำอีก แต่เราไม่ยอม คิดถึงหมอ (หัวเราะ) ขอเช็คถี่ๆ หน่อย” สุขภาพร่างกายดูเหมือนจะปกติดีแล้ว แต่อยู่ๆ รู้สึกว่ามีอาการท้องอืด เจ็บแถวชายโครงข้างขวา “อาการท้องอืด แน่นท้อง เริ่มมีมาให้รำคาญใจ บ่อยขึ้น เมื่อครบกำหนดตรวจสุขภาพ จึงแจ้งอาการคุณหมอไปเพิ่ม ซึ่งคุณหมอได้ทำการตรวจอัลตราซาวด์ช่องท้อง ผลก็เห็นว่ามีไขมันหุ้มตับเยอะ แนะนำให้ปรับเปลี่ยนวิถีการใช้ชีวิต รับประทานผักให้เยอะขึ้น เลี่ยงของมัน ของหวาน รวมถึงให้ยารับประทาน กระทั้งช่วงเมื่อเดือนสิงหาคม 2559 กลับมาตรวจสุขภาพอีกครั้ง ครั้งนี้ตรวจพบก้อนเนื้อแต่เห็นแต่ไม่ชัด จึงขอให้ทำ CT scan  เพิ่มผลออกมาว่า พบก้อนเนื้อที่ตับ 2 ตำแหน่ง ซึ่งจำเป็นต้องผ่าตัดออก”

ผ่าตัดรอบสอง กับโรคตับด้วยวิธีการ “ผ่าตัดผ่านกล้อง”

          “เมื่อหนทาง จำเป็นต้องผ่าตัด เราก็พร้อม เพราะที่ผ่านมา เราผ่านอะไรมาหลายอย่างไร ไม่กลัวแล้ว แค่ขอให้เราดูแลตัวเองได้ ไม่ต้องทนเจ็บปวด ใช้ชีวิตประจำวันปกติ ไม่ทรมานก็พอ ไม่ต้องให้ใครมาคอยดูแลจนเขาเสียเวลา เสียงาน ทุกวันนี้แค่หลานๆ มาเป็นเพื่อน ขับรถให้ตอนที่เรามาตรวจสุขภาพก็เกรงใจแล้ว ประกอบกับคุณหมอแนะแนวทางการผ่าตัด ที่ปัจจุบันก้าวหน้าไปมาก ไม่ต้องผ่าแผลใหญ่ แค่เจาะรูเล็กๆ ผ่าตัดผ่านกล้องก็จัดการก้อนเนื้อที่ตับได้ เรายิ่งชอบ กำลังใจดี ก่อนเข้าห้องผ่าตัดหมอจับมือตลอดบอกไม่ต้องกลัวๆ ผ่าเสร็จ พรุ่งนี้ก็ลุกเดินได้แล้ว เราก็ยังคิดว่าหมอหลอกให้สบายใจหรือเปล่า แต่ผลคือ หลังจากตื่นมา ก็ลุกเดินเองได้ ไข้ไม่ขึ้น ไม่ต้องทานยาแก้ปวด เช็คแผล ดูอาการความเรียบร้อย ไม่กี่วันก็กลับบ้านได้”  “ทุกวันนี้ใช้ชีวิตปกติ สบายตัว สบายใจ  แม้จะผ่านโรคร้ายมาได้ ถึง 2 โรค เพราะความเชื่อใจ มั่นใจในทีมแพทย์ แต่ยังแวะเวียนมาที่โรงพยาบาลเสมอๆ ไม่ใช่อะไรนะ คิดถึงหมอ (หัวเราะ)” สอบถามหรือปรึกษาปัญหาสุขภาพได้ที่ แผนกศัลยกรรม โรงพยาบาลเปาโล พหลโยธิน02-271-7000 ต่อ 10228-9